สถานที่ท่องเที่ยวในตำบลโป่งงาม

 

   
          พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม เป็นพื้นที่ ที่มีสภาพภูมิประเทศสวยงามประกอบด้วย  ทิวเขา ป่าไม้ ตลอดจนแหล่งต้นน้ำ
และสภาพทางธรรมชาติอันสมบูรณ์โดยพื้นที่ดอยนางนอนเชื่อมยาวต่อกับพื้นที่ดอยตุงและประเทศพม่านอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าประเภท
ลิงอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีถ้ำขนาดใหญ่ที่สวยงาม เป็นที่ดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เส้นทางสู่
ู่แหล่งท่องเที่ยวสะดวกสบาย จากถนนพหลโยธิน มีถนนลาดยางตัดเชื่อม ระยะทาง 2 กิโลเมตร ประชาคมตำบลโป่งงาม ได้มีความเห็น
และมีข้อสรุปร่วมกันให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมตำบลโป่งงามเป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมี
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีดังนี้
   
วัดถ้ำปลา
   
   

ประวัติวัดถ้ำปลา
           ตามตำนานกล่าวว่า ในราวพรรษาที่ 19 หรือ 20 หลังการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์เสด็จออกบิณฑบาต
ณ เมืองโยนกนาคะนครไชยบุรีช้างแสน ทรงโปรดพระเจ้าสิงหนวัติราชาผู้ครองนครและปู่เจ้าลาวจก ทรงบิณฑบาตในเมือง แล้วเสด็จจึงไป
ฉันเพล ที่ถ้ำปุ่ม จากนั้นได้ ทรงดำเนินเลียบตีนเขา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มายังถ้ำเปลวปล่องฟ้า ทรงนำเอา ปลาห่อหมก (ปลาห่อนึ่ง)
และปลาไม้หีบปิ้ง ที่ทรงได้รับจากการบิณฑบาต มาอธิษฐานให้มีชีวิต  โดยให้พระอานนท์เทน้ำจากบาตรพร้อมทั้งปลาเหล่านั้นลงในรูเหวบน
ถ้ำเปลวปล่องฟ้า  ด้วยทรงทราบว่า ภายใต้ถ้ำเปลวปล่องฟ้าลงไปเบื้องล่าง มีสระน้ำใหญ่อยู่  น้ำนั้นไหลออกทางหน้าผา ไปทางทิศตะวันออก
ด้วยเหตุนี้ถ้ำนี้จึงได้ชื่อว่า  “ถ้ำปลา” พระพุทธองค์ทรงอธิฐาน เอาก้อนหินใหญ่ ก้อนหนึ่งปิดรูเหวที่ทรงเทน้ำลงไปในนั้นเสียเอาพระหัตถ์ลูบ
คลำพระเกศามาเส้นหนึ่ง ทรงอธิฐานบรรจุไว้ในก้อนหินนั้นเพื่อให้ไว้เป็นที่สักการะแก่เทพยดาทั้งหลาย พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ในก้อนหิน
ใหญ่ในถ้ำนี้เคยมี พระพุทธเจ้าในอดีต ทุกพระองค์ ที่ลงมาเกิด ในภัทรกัปนี้ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ พระพุทธเจ้า
กัสสปะ เราตถาคตนี้ และต่อไป พระพุทธเจ้าศรีอริยะเมตไตร ก็จะเสด็จมาให้พระเกศาธาตุ ที่นี่เช่นเดียวกัน”  

          ตามปรากฏ ในตำนานโยนกฯพระเจ้าอตตราชเจ้าผู้ครองเมืองเชียงแสน ได้ทรงรับสั่งให้สร้างพระสถูป ครอบหินที่บรรจุพระเกศาธาตุ
นั้นไว้  ทั้งที่ปากถ้ำปุ่ม ที่บนถ้ำเปลวปล่องฟ้า ตรงกับ ศักราช 82  ปีกัดใส้/กัดใก๊  โดยเริ่มการก่อสร้าง  วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เสร็จวันขึ้น
15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ ตรงกับเดือนมีนาคม ปัจจุบันทรงทำการฉลองถวายทานไว้กับพระพุทธศาสนา ต่อมา พระสถูปเจดีย์นี้ได้ชื่อว่า  พระธาตุ
เจดีย์เปลวปล่องฟ้า

   

วัดถ้ำปลา
          ถ้ำปลาตั้งอยู่หมู่ที่ 5 บ้านห้วยปูแกง บริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม อยู่ติดกับบริเวณวัดถ้ำปลา  ซึ่งเป็นปูชนียสถาน
ของชาวตำบลโป่งงามมานานเป็นถ้ำที่มีลักษณะเป็นอุโมงค์มีลำธารน้ำไหลทะลุผ่านภูเขาหลายเส้นทางไหลออกทางหน้าปากถ้ำ ด้านทิศตะวัน
ออกสายน้ำเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากน้ำตกห้วยแล้ง ถ้ำนี้วัดความกว้างได้ประมาณ 2.50 เมตร ความสูงวัดจากฝั่งน้ำขึ้นไปสูงประมาณ 1.50 ม.
น้ำลึกประมาณ 0.50 เมตร ซึ่งบริเวณน้ำเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของปลาดั้งเดิม คือ ปลาพวงเงิน ปลา
ปลาหีบไม้ ตลอดจนปลาที่นักท่องเที่ยวนั้นนำมาปล่อย ได้แก่ ปลาดุก ปลาคร๊าฟ ปลาไหล ปลาทับทิม เต่า ฯลฯ เป็นต้น อีกทั้งยังมีลิงป่าอาศัย
อยู่จำนวนมาก บางครั้งจะลงมาบริเวณนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปและให้อาหาร
   

ถ้ำเปลวปล่องฟ้า                
           เป็นถ้ำที่อยู่ถัดจากถ้ำปลาไปทางทิศใต้ ถ้ำนี้ ตั้งอยู่บนยอดเขา มี
ลักษณะ เป็นถ้ำทะลุสู่ท้องฟ้า การขึ้นไปชมถ้ำน ี้นักท่องเที่ยวจะต้องเดิน
ขึ้นบันได ซึ่งวัด ระยะทาง จากทางขึ้นบันได ขั้นแรก ถึงปากถ้ำประมาณ 
180 เมตร ก่อนถึงหน้าถ้ำ ในระยะประมาณ 90 เมตร ด้านซ้ายมือ มีจุดชม
วิว ซึ่งมีมีความสูง ประมาณ 17 เมตร บริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์
บริเวณตำบลโป่งงามเมื่อเดินลงมาจากจุดชมวิวแล้ วจะเป็นทางเดินเรียบ
ระยะทาง ประมาณ 11 เมตรจะถึงบริเวณปากถ้ำช่วง แรก ซึ่งมีช่วงกว้าง
ที่สุด วัดได้ ประมาณ 4.40 เมตร ช่วงแคบที่สุด วัดได้ ประมาณ 2.50 เมตร
ความสูงของถ้ำช่วงนี้วัดได้ประมาณ 1.90 เมตรภายในถ้ำได้รับการ บูรณะ
ตกแต่งด้วยการปูพื้นถ้ำด้วย หินอ่อนมีพระพุทธรูปขนาดกว้างตักกว้าง 2
เมตร สูง 2.50 เมตร ประดิษฐานไว้ให้บูชาภายในถ้ำวัดความกว้างประมาณ
21 เมตร ลึก ประมาณ 32.20 เมตร ส่วนด้านบนสุด เป็นช่อง (ปล่อง) ทะล
ท้องฟ้า แสงอาทิตย์สามารถลอดผ่านได้ถึง 2 ช่องช่องที่ 1 กว้างที่สุด อยู่
ทางทิศตะวันออกวัดความกว้างได้ประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 15 เมตร
ช่องที่ 2 อยู่ทางทิศตะวันตกวัดความกว้างได้ประมาณ 3 เมตรสูงประมาณ

20 เมตร ช่องหรือปล่องที่แสงสามารถส่องลงมาภายในถ้ำทำให้เกิดความงดงาม เมื่อแสงสว่างส่องลงมากระทบกับพระพุทธรูปและสถูป
เจดีย์ ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้ถ้านี้ชาวบ้านจึงเรียกว่า ถ้ำเปลวปล่องฟ้า
   
ถ้ำกู่แก้ว
          เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่และลึกที่สุดของบริเวณนี้ ทางขึ้นถ้ำเป็น
บันได 29 ขั้น วัดความกว้างของปากถ้ำได้ประมาณ 4.60 เมตรความ
สูงประมาณ 2.16 เมตร ลึกประมาณ 509 เมตร ภายในถ้ำเป็นทางเดิน
คดเคี้ยว  บางแห่งเป็นโพรงขนาดใหญ่  บางแห่งเป็นทางเดินแคบๆ
ต้องคลานไป ระหว่างเดิน ทางเดินจะพบ หินงอกหินย้อย ที่สวยงาม
ละลานตา  มีหยดน้ำตลอดทางเดินภายในถ้ำจึงชื้นและลื่น ประมาณ
กึ่งกลางถ้ำ จะพบหลุมโพรงหินลึก 2 หลุมซึ่งนักท่องเที่ยว ควรระมัด
ระวัง ขณะเที่ยวชม เป็นอย่างมาก  นอกจากนี้จะพบหินงอก ที่ก่อตัว
ขึ้นใหม่ ชาวบ้านเรียกว่า นมสาวและมีบ่อน้ำเล็กๆภายในถ้ำเป็นระยะๆ
 บริเวณจุดที่ลึกที่สุดจะพบห้องพระร้อยองค์ซึ่งครูบาบุญชุ่ม ได้ปั้นไว
้เมื่อครั้งที่ท่านเคยปฏิบัติกรรมฐานอยู่เรียงรายอย่างสวยงาม




   

ถ้ำตุ๊ปู่
อยู่ถัดจากถ้ำกู่แก้วทางด้านทิศเหนือ  ประมาณ 500 เมตรซึ่งอยู่ในบริเวณ
โรงเรียนวัดถ้ำปลาวิทยาคม ซึ่งมีอยู่ 2 จุด คือจุดที่ 1เป็นถ้ำที่มีขนาดกว้าง
ประมาณ 4.5 เมตร  สูงประมาณ 2 เมตร ลึกประมาณ 4.80 เมตร ถ้ำแห่งนี้
เคยได้รับการบูรณะ ให้เป็นอาศรม ของพระที่ธุดงค์และจำพรรษามาก่อน 
จุดที่ 2 เป็นถ้ำที่ทะลุผ่านภูเขา ทางทิศตะวันออก ถึงทิศตะวันตก หน้าถ้ำ
ทาง ทิศตะวันออกประดิษฐานมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ขนาดถ้ำกว้าง
ประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 2.60 เมตรภายในถ้ำเป็นทางเดินเล็กและ
แคบบางแห่งสูงชันประกอบด้วยหินงอกหินย้อยระยิบระยับสวยงามตลอด
ทางเดินเมื่อทะลุถ้ำทางทิศตะวันตกจะพบทางเดินสู่ สวนสุขภาพและ สวย
งามซึ่งคนในชุมชน ใช้เดินทางออกกำลังกาย ในตอนเช้า และตอนเย็น
ทุกวัน



   

พระธาตุเจดีย์นพจุฑาเก้ายอด
          เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดย พระคุณเจ้าหลวงพ่อสุมโนดาบส ท่าน
ได้เป็นประธานก่อสร้างโดยอาศัยผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในตัวท่านเป็น
ผู้ช่วยกันก่อสร้าง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แม้วัสดุที่ใช้ก่อ
สร้างก็มีผู้มาบริจาค  อาหารเลี้ยงดูผู้คนก็มา ด้วยน้ำใจผู้ศรัทธาในตัว
ท่าน  พระเจดีย์องค์นี้  ก่อสร้างด้วยศิลาแลง  ทั้งองค์  ภายในบรรจ
ุพระสารีริกธาตุที่มีผู้นำมาถวายจากที่ต่างๆ  เป็นต้นว่า  อินเดีย  พม่า
สุโขทัย  สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2523 ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี  ค่าก่อสร้าง
ไม่ได้บอกไว้เพราะสำเร็จด้วยความศรัทธาของประชาชน  และยัง
เป็นปูชนียวัตถุที่มีผู้คนมาสักการะกราบไหว้เป็นประจำและจัดเป็น
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในวัดถ้ำปลาแห่งน
ี้



   
พระธาตุเจดีย์อินทร์แปลง
        
เป็นพระเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาบริเวณบนวิหารวัดถ้ำปลา  โดยประ
วัติประมาณปี พ.ศ. 2455 – 2456  มีฤาษีองค์หนึ่งเดินทางมาจากประเทศ
พม่าชื่อ อูส่วยหล่า มีอิทธิฤทธิ์ได้ฌานแก่กล้าได้สร้างเจดีย์นี้ไว้โดยอาศัย
คนช่วยนำไม้ไผ ่มาทำเป็นนั่งร้านขึ้นไปยึดกับหน้าผา  ส่วนตัวท่านได้หิ้ว
ปูนทรายไต่นั่งร้านขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว  ทำการโบกฉาบพระเจดีย์เอง
จนเสร็จโดยที่ใครๆไม่กล้าที่จะขึ้นไปได้เพราะกลัวความสูงชัน  ผู้คนส่วน
มากต่างพากัน ชะแง้ดูท่านทำเอง ด้วยความแปลกใจ และระทึกไปตามๆ
กัน หลังจากสร้างพระเจดีย์บนยอดผาเสร็จแล้วท่านฤาษีองค์นี้ก็ได้ออก
จากถ้ำปลานี้ไป โดยไม่มีใครทราบร่องรอยว่าท่านอยู่แห่งใด ท่านได้ฝาก
พระเจดีย์นี้ไว้ดูต่างหน้าท่านจนบัดนี้ พระเจดีย์องค์นี้จึงถูกเรียกว่า พระ
เจดีย์อินทร์แปลง อันหมายถึงพระอินทร์แปลงตัวเป็นฤาษีมาทำการก่อ
สร้างเพื่อผู้คนได้สักการบูชา


   
ถ้ำฆ้อง(ถ้ำก้อง)
          เป็นถ้ำที่มีทางเดินขึ้นร่วมกับถ้ำเปลวปล่องฟ้าคือเมื่อถึงระยะทาง
ประมาณ 6504 เมตร ด้านซ้ายมือของทางขึ้นนักท่องเที่ยวสามารถ เดิน
ลัดเลาะไปตามโขดหินด้านทิศใต้ระยะทางประมาณ 30 เมตร จะพบ ถ้ำ
ฆ้องภายในถ้ำจะมีเสียงดังก้องทะลุออกทางโพรงของถ้ำ  ชาวบ้าน จึง
ขนานนามถ้ำนี้ว่า  ถ้ำฆ้อง (ก้อง
)




   
ถ้ำน้อย
          เป็นถ้ำที่อยู่ห่างจากจุดทางขึ้นถ้ำเปลวปล่องฟ้าไปทางทิศใต้
ประมาณ 100 เมตร  มีลักษณะเป็นโพรงเล็กๆมีลำธารทะลุไหลผ่าน 
มี 2 จุดซึ่งธารน้ำที่ไหลออกจากโพรงมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ
0.60 เมตร  บริเวณนี้มีจุดเด่น คือ ด้านหน้ามีเถาวัลย์ของสะบ้าใหญ่
(มะบ้าใหญ่)  ซึ่งแต่เดิมเคยมีค่างหางยาวใช้เป็นที่อยู่อาศัยและปีน
ป่ายเล่น





   

   
วัดถ้ำเสาหินพญานาค
   
อ่างเก็บน้ำและถ้ำเสาหินพญานาค
          การเดินทางไปถ้ำนี้สามารถไปได้ทั้งทางน้ำและทางบก โดยการ
พายเรือ  และเดินข้ามทางสะพานไม้  ปากถ้ำวัดความกว้าง ได้ประมาณ
4.70 เมตร  สูงประมาณ 2.40 เมตร  ลักษณะของถ้ำ เป็นโพรงสูงขึ้นใน
แนวดิ่ง  หินงอกมีลักษณะเป็นแท่งๆซ้อนกันคล้ายเสาบ้าน  ชาวบ้านจึง
เรียกถ้ำนี้ว่า  ถ้ำเสาหิน  ซึ่งมีลักษณะเป็น 3 ชั้น  ชั้นที่1คือลึกจากปาก
ถ้ำเข้าไปประมาณ 20 เมตร  มีลักษณะเป็นแท่งนี้มีทางเดินทะลุเป็นช่อง
(ปล่อง) เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.50 เมตร แสงอาทิตย์สามารถทะลุ
ผ่านได้ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ภายในถ้ำแห่งนี้ให้สวยงามตระการตายิ่ง
นักชั้นที่ 2 มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันต้องปีนป่ายขึ้นบันไดระยะทาง
ประมาณ 10 เมตร เป็นแท่งหินสวยงามและเด่นชัดกว่าชั้นที่ 1 ด้านทิศ
ตะวันออกมีทางเดินสามารถทะลุผ่านเป็นทางออกของถ้ำทางหนึ่งซึ่งม
ีความกว้างประมาณ 4 เมตร  ชั้นที่ 3 สามารถปีนป่ายไปตามแง่หินขึ้นไป
ประมาณ 15 เมตร เป็นแท่งหินสูงต่อ จากนั้นจะเป็นเหวลึกประมาณ 40
เมตร และทางขึ้นลงชันประมาณ 80 องศา การเดินทางช่วงนี้ควร ใช้
อุปกรณ์ช่วยจึงจะปลอดภัยถ้ำแห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบ
ผจญภัยและท้าทายให้ไปพิสูจน์ยิ่งนัก
   
 
   

ถ้ำเงิบ
          ถ้ำนี้อยู่ห่างจากถ้ำน้อยประมาณ 30 เมตรอยู่ในบริเวณถ้ำเสาหิน
มีลักษณะเป็นหน้าผายื่นออกมา  วัดความกว้างของปากถ้ำได้ประมาณ
8 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร ส่วนใหญ่ใช้เป็นที่หลบ
ฝนและพักผ่อนหย่อนใจ







   
ถ้ำวอก
       
   อยู่ถัดจากถ้ำเงิบไปทางทิศใต้อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำถ้ำเสาหิน
พญานาค  เป็นถ้ำที่อยู่บนเนินสูงทางเดินขึ้นค่อนข้างชันลักษณะ
เอียงประมาณ 45 องศา มีระยะทาง จากสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำ ถึง
บริเวณถ้ำยาวประมาณ 50 เมตรา เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปถึงที่มี่จะ
สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำ  ฝูงปลา  นก
หมู่บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงตลอดจนทุ่งนาอันกว้างใหญ




   

   
 
 
ถ้ำปุ่ม
          ถ้ำนี้อยู่ในเขตบ้านดง หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งงาม เป็นถ้ำที่มีประเพณีประจำปีในการทำบุญในวันแรม 9 ค่ำเดือน 6 ของทุกปีชาวบ้าน
เรียกประเพณี ถ้ำปุ่ม - ถ้ำปลา มีลักษณะเป็นถ้ำที่อยู่บนหน้าผา สูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร  ทางขึ้นเป็นบันได 73 ขั้น สูงประมาณ
132 เมตร  ถ้ำนี้มีลักษณะเด่นคือ บริเวณเหนือทางเดินก่อนเข้าถ้ำจะปรากฏรูปปั้นสิงห์อายุประมาณ 200 ปี ตั้งเด่นตรงหน้าหันไปทางทิศ
เหนือสูงขึ้นไปประมาณ 16 เมตร  นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่และมีหินงอกเป็นปุ่ม (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) เด่นชัด 
ชาวบ้านจึงเรียกว่าถ้ำปุ่ม  ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ให้นักท่องเที่ยวมาสักการบูชาด้วย  ภายในถ้ำเมื่อเดินเข้าไประยะประมาณ
60 เมตร จะมีทางเดินด้านขวามือจะพบหน้าผาสูงประมาณ 3.80 เมตร กว้างประมาณ 1.50 เมตร มีลักษณะเป็นหินย้อยติดหน้าผาติดต่อ
กันคล้ายน้ำตกสวยงามมาก  เมื่อเดินเข้าไประยะทางประมาณ 88 เมตร จะมีทางเดินแยกทางขวามือ สามารถทะลุออกทางเดิน อีกด้าน
หนึ่งได้ในลักษณะครึ่งวงกลมระหว่างทางนี้จะมีบ่อน้ำซึ่งชาวบ้านเรียกว่า บ่อน้ำทิพย์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร  ต่อจากนั้น
ที่ระยะทางประมาณ 110 เมตร จะพบแนวหินย้อยเป็นริ้วติดต่อกับเกาะติดผนังถ้ำเป็นทางยาวติดต่อกันเป็นสีขาวคล้ายน้ำตกสวยงาม
มากและบริเวณปลายสุดของถ้ำมีพระพุทธรูปปางสมาธิหน้าตัดกว้าง 32 นิ้ว สูง 46 นิ้ว ตั้งเด่นเป็นสง่าให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะบูชา
 
ขุนน้ำโป่ง
          เป็นต้นน้ำของลำน้ำโป่งอยู่บริเวณเขตติดต่อระหว่างบ้านสันต้นปุย
 ต.ห้วยไคร้ กับบ้านโป่งเหนือ ตำบลโป่งงาม มีลักษณะเป็นโป่งน้ำธรรมชาต
ิที่ผุดออกมาบนผิวดินและไหลลงลำน้ำ  มีการพัฒนากั้นเป็นฝายกักเก็บน้ำ
ไว้ใช้ในการเกษตร ขุนน้ำโป่ง  จะมีทางเข้าเส้นเดียวกับบ้านสันต้นปุย 
ตำบลห้วยไคร้  จะผ่านบริเวณหมู่บ้านเข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 1.8 
กิโลเมตร





 
จุดชมวิวดอยผู้เฒ่า
          อยู่บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 10 ใช้ระยะเวลาในการเดินเท้าประมาณ
1 ชั่วโมง จากสถานีอนามัยบ้านผาฮี้  ผาฮี้ บริเวณจุดชมวิว เป็นพื้นที่
โล่งประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร ทางองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม
ได้ดำเนินการปลูกดอกบัวตอง ในฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายน -
ธันวาคม ดอกบัวตองจะบานสะพรั่งบนจุดชมวิว โดยจะสามารถมอง
เห็นแม่น้ำโขง ประเทศลาว และประเทศพม่า




 
   

 
 
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
Web Design Factory
องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม
ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รหัสไปรษณีย์ 57130
หมายเลขโทรศัพท์ : โทรสาร 0-5370-9582 ต่อ 11
E-mail : pong_ngam@hotmail.com